24 พ.ค.

Review Milk Frother EM-250A vs Aeroccino+

Mini-Review Milk Frother EN-250A vs Aeroccino+

250A VS Aeroccino+

สำหรับท่านที่มองหาเครื่องทำฟองนม หรือเครื่องตีฟองนม พร้อมอุ่น ราคาคุ้มค่า เอาไว้ใช้ในบ้านหรือตามร้านกาแฟ ลองอ่าน review นี้ดูนะครับ เผื่อจะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น  ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า ถึงแม้ทางร้านจะขายเครื่อง EM-250A แต่จะพยายาม review ให้เป็นกลางมากที่สุดนะครับ

Aeroccino+ เป็นเครื่องทำฟองนม พร้อมอุ่นยี่ห้อ Nespresso ซึ่งมักจะขายคู่กับเครื่อง Nespresso เพื่ออุ่นนมสำหรับทำ Latte หรือตีฟองนมสำหรับทำ Cappuccinonessaero2 ซึ่งตัวเครื่องออกออกแบบมาได้แข็งแรงดี ภายในเคลือบด้วย teflon เพื่อช่วยให้การล้างทำได้สดวกมากยิ่งขึ้น ระบบการปั่นใบกวน ใช้แม่เหล็กไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ทำให้เสียงเงียบ ถึงเงียบมากกกกก ใบกวนให้มา 2 รูปแบบ แบบอุ่น และแบบตีฟองนม ขอเสียอย่างเดียวคือ ราคาที่ค่อนข้างแพง ซึ่งต่างประเทศอยู่ราว 100-120$ ในไทย 3500-4900 บาทเป็นอย่างน้อย….

สามารถดู Specification ได้จาก Link นี้ Aeroccino+  หรือ Review อื่นๆ ได้จาก Link นี้

 EM-250A เป็นเครื่องทำฟองนม พร้อมอุ่น มีขนาดใหญ่กว่า Aeroccino เล็กน้อย Function ทุกอย่างเรียกได้ว่า Copy มาเลย  Full specification: Click ! EN-250A  Milk Frotherเช่น ผลิตจาก Stainless Steel เคลือบด้วย teflon เพื่อช่วยให้การล้างทำได้สดวกมากยิ่งขึ้น ด้ามจับขนาดใหญ่ทำให้หยิบจับสดวก ภายในถ้ายมีขีดระดับบอกปริมาณ นมต่ำสุด สูงสุดสำหรับการตีฟอง หรืออุ่นนมมาให้ ซึ่งระดับนมต่ำสุดที่สามารถตีฟองนมได้อยู่ราว 90ml หรือ 3 Oz
milk frother 5

แต่ข้อแตกต่างนึงที่เห็นได้ชัดคือ ระบบการปั่น ที่ใช้มอเตอร์ที่อยู่ด้านล่างของ ถ้วยในการปั่นทำให้มีเสียงดังตอนตีฟองมากกว่า ไม่เงียบเท่า Aeroccino แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรmilk frother 4_

อีกอย่างนึงคือ ความเร็วรอบของการปั่น ที่สูงมากกก ทำให้นมกระเด็นกระจายมากกว่า แต่เครื่องทั้งคู่ก็มีฝาปิดใส่ๆมาให้ จึงไม่ต้องกังวลเรื่อง นมจะกระเด็นเลอะเทอะอะไร ต่อมาจากที่สังเกตุ คือ ความร้อนที่เครื่องทำฟองนมทั้งสองทำได้นั้น จากนมอุณหภูมิ 20C จากตู้เย็น  EM-250A ปั่นฟองและอุ่นนมให้มีความร้อนที่มากกว่า ที่ 49C ซึ่งมากกว่า Aeroccino ที่ทำได้ 39C เท่านั้นเมื่อจบการทำงานแบบอัตโนมัติ (ปล.ทั้งสองรุ่นที่ระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเสร็จ โดยใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเศษๆ)

ผลลัพธ์: ปริมาณพองนมที่ได้ และความนุ่มของฟองนมที่ได้จากเครื่องทั้งสอง มีความใกล้เคียงกันพอสมความ โดย Aeroccino อาจจะดูว่าได้ฟองนมที่อะเอียดกว่าเล็กน้อย (เนื่องจากปั่นที่ความเร็วต่ำกว่า) แต่ EM-250A มีข้อดีคืออุ่นนมได้ความร้อนสูงกว่า  สำหรับเรื่องการล้างนั้น เนื่องจากทั้ง 2 มีการเคลือบ Teflon มาทั้งคู่ ไม่มีความแตกต่างกันมากในจุดนี้  แต่สิ่งหนึ่งที่ ทำให้แตกต่างกันมากนั้นก็คือ ราคา! โดย EM-250A ราคาถูกกว่ากันเกินครึ่ง ประหยัดเงินในกระเป๋าเห็นๆ แค่พันกว่าบาท ก็ได้เครื่องตีฟองนมคุ้มค่าเอาไว้ทำ Cappuccino หรือ Latte ได้อย่างอร่อยเลยทีเดียว  ไปชมภาพ Review กันเลย!

collage_20150524085119334_20150524085609399_20150524091522474

collage_20150524085746078_20150524085856042_20150524091602330

collage_20150524090104088_20150524090157847
collage_20150524091126611_20150524091321054

collage_20150524090303430_20150524090348844

20150524_083731 (1)

04 เม.ย.

การเลือกกาแฟบดที่เหมาะกับเครื่องชงกาแฟแคปซูล

ว่าด้วยเรื่องการเลือกขนาดผงกาแฟบดที่เหมาะกับเครื่องชงกาแฟแคปซูล11096685_867083630020251_6794847911639954804_n

 

ผงกาแฟแบบหยาบ (Coarse): เช่น ผงกาแฟสำหรับเฟรนช์เพรส (French press) หรือเครื่องชงแบบหยด จะมีขนาดที่หยาบจนเกินไป สำหรับเครื่องชงแบบแคปซูล ทำให้แกแฟที่ได้จะเบา และมีครีม่า(crema)น้อย ในขณะที่

ผงกาแฟแบบหยาบปานกลาง จนถึงละเอียด (Medium to Fine): จะเหมาะกับเครื่องชงกาแฟแบบ Espresso และเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ซึ่งจะทำให้รสชาติและครีม่ามากขึ้น และหอมกว่า

ผงกาแฟแบบหยาบ (Coarse): เช่น ผงกาแฟสำหรับเฟรนช์เพรส (French press) หรือเครื่องชงแบบหยด จะมีขนาดที่หยาบจนเกินไป สำหรับเครื่องชงแบบแคปซูล ทำให้แกแฟที่ได้จะเบา และมีครีม่า(crema)น้อย ในขณะที่

ผงกาแฟแบบหยาบปานกลาง จนถึงละเอียด (Medium to Fine): จะเหมาะกับเครื่องชงกาแฟแบบ Espresso และเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ซึ่งจะทำให้รสชาติและครีม่ามากขึ้น และหอมกว่า

549240_867083756686905_8054968264371366167_n

 

 

04 เม.ย.

การชง Espresso ด้วยปริมาณผงกาแฟต่างๆ กัน

Review: การชง Espresso ด้วยปริมาณผงกาแฟต่างๆ กัน
ด้วย Emohome Refillable Capsules รุ่น Dolce Gusto

ผงกาแฟชนิด Roasted Coffee ที่ 9 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนชา ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ดู VDO การชงได้ที่ smile emoticon

6 Grams: https://youtu.be/VPSYk3MDmPU
8 Grams: https://youtu.be/yqvPuX1YF_I
9 Grams: https://youtu.be/Rn4vWAKWKp4

ชนิดกาแฟ: Morning Roasted Coffee
ปริมาณผงกาแฟ: 6-9 Grams
น้ำหนักกดแทมเปอร์: Low-Medium
ปริมาณน้ำชง: Level 2

Review Espresso brew by Dolce Gusto Refillable capsule

 

 

25 ก.พ.

6 ประโยชน์ของกาแฟ ที่พิสูจน์แล้วว่า…จริง!

ความจริง เราๆท่านๆ อาจจะพอทราบว่า “กาแฟ” นั้นมีประโยชน์พอตัวเลยทีเดียว ต่อไปนี้คือ 6 ประโยชน์ของกาแฟที่พิสูจน์แล้วยืนยันโดยนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก! พร้อมเอกสารอ้างอิงจากการศึกษาว่าไม่ได้พูดลอยๆนะเออออ

woman-smiling-with-a-tiny-cup-of-coffee

1. กาแฟช่วยเพิ่มพลังและทำให้คุณฉลาดขึ้นได้
กาแฟสามารถช่วยให้รู้สึกเหนื่อยน้อยลงและเพิ่มระดับพลังงาน (1, 2)

ทั้งนี้อันเนื่องมาจาก คาเฟอีน ในกาแฟ ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ทางสมอง ที่มีการบริโภคกันมากที่สุดในโลก (3)

คาเฟอีนจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และเดินทางเข้าสู่สมอง (4) คาเฟอีน จะยับยั้งสารสื่อประสาร ที่เรียกว่า Adenosine ทำให้ ปริมาณของสารสื่อประสาทอื่น ๆ เช่น norepinephrine และ dopamine เพิ่มขึ้น ทำให้ การทำงานของประสาทดีขึ้น (5, 6)

จากการทดลองในมนุษย์จำนวนมากแสดงให้เห็นว่ากาแฟช่วยเพิ่มแง่มุมต่าง ๆ ของการทำงานของสมอง ซึ่งรวมถึง ความจำ อารมณ์ ความระมัดระวังการตอบสนอง (7, 8, 9)

2. กาแฟสามารถช่วยการเผาผลาญไขมัน
ทราบหรือไม่ว่าคาเฟอีนที่พบในเกือบทุกผลิตภัณฑ์ ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้? (อ๋อ มิน่ากาแฟลดความอ้วนถึงนิยมกันจัง!)

เหตุผลคือ คาเฟอีนเป็นหนึ่งในสารหายากจากธรรมชาติ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ช่วยให้การเผาผลาญไขมัน งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าคาเฟอีนจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ 3-11% (10, 11)

การศึกษาอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าคาเฟอีน สามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันในบุคคลที่ระดับไขมันแตกต่างกัน คือในคนที่เป็นโรคอ้วน คาเฟอีน ช่วยเพิ่มการเผาพลาญ 10% และเพิ่มขึ้น 29%  ในคนผอม (12, 13)

อย่างไรก็ตาม การศึกษาไม่สามารถพิสูจน์ผลกระทบระยะยาว ของผู้ดื่มกาแฟติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆได้

3. คาเฟอีน สามารเพิ่มประสิทธิภาพ ทางกายภาพ

dumbbellsคาเฟอีนช่วยกระตุ้นระบบประสาท โดยคาเฟอีนจะส่งสัญญาณไปยังเซลล์ไขมัน เพื่อแตกโมเลกุลไขมันในร่างกาย (14, 15)

นอกจากนี้ คาเฟอีนยังเพิ่มอะดรีนาลีน (Adrenaline) ระดับในเลือด (16, 17) ฮอร์โมนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ร่างกายของเรา พร้อมสำหรับการออกแรงในช่วงเวลาสั้นๆ (เปรียบได้กับ การเจอเสือลำพังในป่าใหญ่ จะสู้หรือจะหนี!!)

คาเฟอีนจะทำให้ไขมันสลายตัว กลายเป็นกรดไขมันอิสระ เข้าสู่กระแสเลือด และร่างกายจะใช้มันเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการ “ต่อสู้” หรือจะ “หนี”  (18, 19)

สรุปแล้ว คาเฟอีนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางกายภาพได้เฉลี่ย 11-12% โดย (20, 21)

4. มีสารอาหารที่จำเป็นในกาแฟ
กาแฟเป็นมากกว่าน้ำสีดำๆเพียงอย่างเดียว แต่มี สารอาหารมากมายในเมล็ดกาแฟ
1 ถ้วย ของกาแฟ มี (22):
Riboflavin (วิตามินบี 2): 11% ของปริมาณของสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน
กรด pantothenic (วิตามินบี 5): 6% ของปริมาณของสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน
และแมงกานีส โพแทสเซียม: 3% ของปริมาณของสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน
แมกนีเซียม และ ไนอาซิน (B3): 2% ของปริมาณของสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน

5. กาแฟอาจลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท II

measure-blood-sugarโรคเบาหวานประเภท 2 เป็นปัญหาสุขภาพขนาดใหญ่ในขณะนี้มีคนป่วยด้วยโรคนี้ประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลก

การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำลดความเสี่ยงของการเป็นโรคนี้ได้ 23-50% และในบางการศึกษาบอกว่าลดลงได้สูงถึง 67% (23, 24, 25, 26, 27)

6. กาแฟอาจป้องกันคุณจากโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม
smiling-elderly-womanหลายท่านอาจจะพอทราบถึงโรคอัลไซเมอร์อยู่บ้าง ซึ่งมักจะเกิดกับคนอายุมากกว่า 65 ปี  น่าเสียดายที่ ณ วันนี้ ยังไม่มีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันโรคโรคดังกล่าว เช่นการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกาย แต่การดื่มกาแฟอาจจะมีประสิทธิภาพอย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน

งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าดื่มกาแฟลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 65% (29, 30, 31)

เป็นอย่างไรบ้างครับกับสาระอัดแน่นของประโยชน์ของกาแฟ ที่ใครหลายคนอาจคาดไม่ถึง รวมถึงแหล่งข้อมูลอ้างอิง 31 แหล่ง ที่สามารถตามไปอ่านต่อกันได้เลย! อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟมากไปก็อาจให้ผลลัพธ์ตรงกันข้ามได้ ฉะนั้นเดินทางสายกลาง ดื่มพอประมาณในแต่ละวันนะครับผม

ขอขอบคุณภาพและแหล่งที่มา: http://authoritynutrition.com/top-13-evidence-based-health-benefits-of-coffee/

www.EmohomeThailand.com
Refillable Capsules แคปซูลเปล่าชนิด รีฟิลได้ (Refill Capsules & Reuse Capsules ) ล้างและเติมผงกาแฟใหม่ได้หลายครั้ง สำหรับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ NESCAFÉ Dolce Gusto และ NESCAFÉ Nespresso ปลดล็อกค่าใช้จ่าย ประหยัดเงินกว่าแคปซูลธรรมดาสูงสุด 70%*

emohome thailand refillable capsule hp

05 ก.พ.

ปัจจัย 5 ชงกาแฟให้อร่อยเวอร์

การชงกาแฟถึงได้ว่าเป็นอีกศาสตร์ ที่มีความละเอียดลออ กว่าจะเป็นนักชงกาแฟที่เก่งได้นั้น ต้องอาศัยการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจพื้นฐานการชงกาแฟให้ถูกต้องว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการชงกาแฟให้มีรสชาติอร่อย ถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับนักชงกาแฟ เรามาลองเรียนรู้กันสิว่าอะไรเป็นพื้นฐานเรียกได้ว่า ปัจจัย 5 ของการชงกาแฟ

อัตราการชง หรือ Brew ratio
หมายถึง อัตราส่วนของผงกาแฟบดกับน้ำกาแฟที่ใช้ในการชง เช่น การชงแบบเอสเปรสโซ หากเราใช้กาแฟ 7 กรัม ชงจนได้น้ำกาแฟ 14 กรัม หมายถึง brew ratio เท่ากับ 50% ยิ่ง brew ratio มาก(กาแฟมาก น้ำน้อย) หากต้องการชงกาแฟเย็นอาจต้องใช้ 2 ชอต(15 กรัม) เพื่อให้ความเข้มกำลังดี

อุณหภูมิในการชง หรือ Brew temperature
ซึ่งก็หมายถึง อุณหภูมิของน้ำที่ใช้สกัดกาแฟหรือชงกาแฟนั้นเอง ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถสกัดกาแฟด้วยอุณหภูมิของน้ำต่างๆ กัน ตั้งแต่น้ำเย็น จนถึงน้ำที่อุณหภูมิสูงๆ (ใกล้จุดเดือด) รสชาติและเวลาที่ใช้ในการสกัดจะแตกต่างกันไปตาม Brew temperature ทั้งนี้ brew temp เป็นอุณหภูมิที่ใช้ตั้งแต่เริ่มสกัดจนการสกัดกาแฟจบสิ้น หรือจะเรียกว่า temperature profile ก็ได้ซึ่งโดยทั่วไปมี 3 ลักษณะคือ เริ่มที่อุณหภูมิต่ำแล้วค่อยเพิ่มสูงขึ้น ที่เรียก rising profile หรือ เริ่มที่อุณหภูมิสูงแล้วค่อยลดต่ำลงที่เรียก falling profile และอีกแบบคือรักษาอุณหภูมิเท่ากันตลอดการคั้น ที่เรียกว่า flat profile ซึ่งโดยทั้วไปอุณหภูมิ ควรจะอยู่ที่ระหว่าง 90-95 องศา

อัตราการคั้น หรือ Extraction rate
คือ เวลาทั้งหมดที่ใช้ในการสกัด หากเราปล่อยให้น้ำอยู่ร่วมกับกาแฟอยู่ด้วยกันนานน้ำก็จะสกัดกาแฟออกมาได้มาก ดังเช่นในกรณีของการสกัดกาแฟด้วยวิธีเอสเปรสโซ extraction time ที่แนะนำโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 20-30 วินาที ต่อน้ำกาแฟ 25-35 ml

ความหยาบละเอียดของผงกาแฟบด หรือ Grind size
กาแฟที่ละเอียดกว่าจะถูกสกัดออกมาได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ผงกาแฟที่บดขนาดต่างกันย่อมให้รสชาติกาแฟต่างกันเสมอ แต่ต้องไม่บดกาแฟละเอียดจนหลุดรอดตะแกรงที่เราเลือกใช้ ถ้าละเอียดจนเป็นผงแป้งจะขมมาก แต่ถ้าหยาบไปก็ออกเปรี้ยว ใช้มือเกลี่ยให้เล็กกว่าเม็ดน้ำตาลทรายขาวจะกำลังดี

grinding

น้ำหนักกดแทมเปอร์ หรือ Tamper pressure
นั้นก็คือการอัดกาแฟให้แน่นสม่ำเสมอ มองดูเผินๆอาจดูไม่สำคัญแต่จริงๆแล้วสำคัญมาก การกดแทมเปอร์ ถ้าน้ำหนักน้อยหรือกดเบาไปกาแฟจะมีรถเปรี้ยว ถ้าลงน้ำหนักมากหรือกดหนักไปก็จะขมมาก

ปัจจัย5-tamper

เป็นอย่างไรบ้างครับกับปัจจัย 5 ชงกาแฟให้อร่อยเวอร์ ความรู้พื้นฐานง่ายๆจาก EmohomeThailand อย่าลืมนะครับความรู้ด้านบนสามารถนำมาปรับใช้กับการชงกาแฟด้วยแคปซูลรีฟิลได้เช่นกัน แถมยังสะดวกกว่าการชงกาแฟด้วยเครื่องชงทั้วๆไป!!

04 ก.พ.

วิธีการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟและกาแฟบด

การเก็บรักษากาแฟมีข้อควรคำนึงถึงอยู่ 4 อย่างคือ

  1. อากาศ 
  2. ความชื้น 
  3. แสง 
  4. และความร้อน

เพราะเป็นเหล่านี้ตัวเปลี่ยนรสชาติ และความหอมของกาแฟ.. การเก็บรักษาจึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยดังกล่าว

คำแนะนำทั่วๆ ไปในการเก็บรักษาก็มีดังนี้

  • ควรเก็บกาแฟไว้ในขวดแก้วปิดสนิท เพราะแก้วไม่ทำให้รสชาดและกลิ่นกาแฟโดนเจือปน ควรวางขวดไว้ในที่เย็นและไม่โดนแดดเพราะเชื่อกันว่าแสงอาทิตย์ทำให้กลิ่นระเหยเร็วและความสดหายไป
  • ไม่ควรนำกาแฟเก็บในตู้เย็น แม้ว่ากาแฟหลายยี่ห้อจะแนะนำให้แช่เย็นก็ตาม เพราะความเย็นทำให้รสชาดกาแฟเสีย และเมื่อเอาขวดออกจากตู้เย็นจะทำให้เกิดความชื้นในขวดได้
    ถ้าเป็นไปได้ ควรซื้อเมล็ดกาแฟคั่วที่ยังไม่ได้บด เพราะมีพื้นผิวสัมผัสอากาศน้อยกว่ากาแฟที่บดแล้ว จึงเก็บรักษาได้นานกว่า ได้รสชาดและกลิ่นที่หอมกว่า
  • เมล็ดกาแฟควรนำมาบดเมื่อต้องการจะชง ในปริมาณที่ต้องการดี่ม .. ไม่ควรบดทิ้งไว้ล่วงหน้านานๆ เพราะถ้าทิ้งกาแฟไว้นานจะถูกอากาศนานเกินไป ทำให้กาแฟไม่สด
    หากไม่มีเครื่องบดกาแฟ ควรจะซื้อเป็นเมล็ดกาแฟแล้วให้ร้านค้าบดให้ ปริมาณที่ซื้อกะให้พอดีที่จะดื่มในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ดื่มกาแฟที่สดเสมอ

coffee bag

บทความดีๆจาก http://www.foodietaste.com/mustknow_detail.asp?id=330